111d
สาธารณะ
คืนชีพความกวน... ชวนมาอ้วก! รีวิว "Evil Dead Burn" (2026) เมื่อความสยองยอมหลีกทางให้ความฮาแบบจัดเต็ม!
หลังจากที่ปี 2026 ปล่อยหนังสยองขวัญออกมาเขย่าขวัญรัว ๆ ในที่สุดก็ถึงคิวของแฟรนไชส์ระดับตำนานอย่าง Evil Dead ที่กลับมาอีกครั้งในภาค "Evil Dead Burn" ผลงานกำกับของ Sebastian Vanichek ที่รอบนี้บอกเลยว่าหนังก้าวข้ามเส้นแบ่งความกลัว แล้วกระโดดเข้าสู่ความฮาหน้าตายและละเลงเลือดแบบไม่เกรงใจใคร!
ถ้าคุณคิดว่าจะมาเจอความกดดัน ดาร์ก ๆ หม่น ๆ แบบภาค Evil Dead Rise ขอบอกให้ปรับอารมณ์ใหม่ด่วน ๆ เพราะภาคนี้เขาเน้นขายขำ เสิร์ฟมุก ตบมุก กันรัว ๆ จนแทบจะเป็นหนังตลกสยองขวัญที่กวนประสาทที่สุดนับตั้งแต่ยุค Army of Darkness เลยทีเดียว!
เรื่องย่อ (ไร้สปอยล์)
เรื่องราวเริ่มต้นจากความโศกเศร้าที่เกิดขึ้นในครอบครัวหนึ่ง นำพาให้พวกเขามารวมตัวกันในบ้านรูปทรงบิดเบี้ยวหน้าตาพิลึก (ที่ดูยังไงก็เหมือน Airbnb สภาพโทรม ๆ ที่พร้อมจะมีเรื่องสยองเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ) และก็ตามสูตรครับ... เมื่อสิ่งชั่วร้ายถูกปลุกขึ้นมา ค่ำคืนแห่งการโดนตามล่าและทารุณกรรมสุดเพี้ยนจึงเริ่มต้นขึ้น!
ประเด็นเด่นที่น่าสนใจ
"เดดไดต์" (Deadites) แบกหลังหัก: พูดได้เต็มปากว่าตัวร้ายของเรื่องคือ "ตัวละครที่ดีที่สุด" ในหนัง! ผีดิบของ Evil Dead มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนปีศาจสิงร่างในเรื่องอื่น พวกมันไม่ใช่แค่ดุร้าย แต่มันคือ "ไอ้พวกกวนประสาท" ที่โฉดชั่วโดยสันดาน และมีความสุขกับการรังแกคนไปพร้อมกับรอยยิ้มฉีกกว้างสะใจ ซึ่งเวอร์ชั่นนี้ทำออกมาได้บันเทิงและน่าหมั่นไส้มาก ๆ
สายฮามาเต็มพิกัด: หนังอัดแน่นไปด้วยจังหวะปล่อยมุก มีการตัดสลับและทิ้งจังหวะ (Pause) ให้คนดูได้ขำก๊ากกันโจ่งแจ้ง มุกตลกหน้าตายสไตล์กวน ๆ ทำงานได้ดีมากจนทำให้เราหลุดหัวเราะได้บ่อยกว่าหนังเรื่องอื่น ๆ ในช่วงนี้เสียอีก
งานภาพและมุมกล้องสุดเฟี้ยว: ผู้กำกับดีไซน์มุมกล้องออกมาได้สนุกและแปลกใหม่ ช่วยยกระดับฉากธรรมดาให้ดูมีสไตล์และน่าตื่นตาตื่นใจ โดยที่ไม่ได้รู้สึกว่าพยายามเลียนแบบลายเซ็นเดิมของผู้กำกับรุ่นเก๋าอย่าง Sam Raimi จนน่ารำคาญ เป็นความแปลกใหม่ที่ยังคงกลิ่นอายความคลาสสิกไว้ได้ดี
จุดสะดุดที่เกือบจะพาหนังพัง
ยืดเยื้อจนเหนื่อยล้า: หนังมีความยาวเกินความจำเป็นไปประมาณ 20 นาที! (ถ้าหั่นออกเหลือสัก 90 นาทีจะเพอร์เฟกต์มาก) ช่วงท้ายเรื่องหนังให้ความรู้สึกเหมือนพยายามจะจบตั้ง 3 รอบ จนคนดูเริ่มคิดในใจว่า "พอได้แล้วมั้ง" หนังควรจบให้คนดูอยากดูต่อ ไม่ใช่ปล่อยให้คนดูเหนื่อยจนอยากกลับบ้าน
ตัวละครที่น่ารำคาญ: แม้หนังพยายามจะใส่ปมดราม่าความสัมพันธ์ในครอบครัวหรือหน้ากากที่คนเราใส่เข้าหากันเข้ามาเพื่อสร้างมิติ แต่ผลลัพธ์คือคนดูไม่ได้รู้สึกผูกพันหรือเอาใจช่วยตัวละครเหล่านี้เลย พวกเขาเหมือนมีหน้าที่แค่มาอยู่บนจอให้เวลาเดินไปเรื่อย ๆ เท่านั้น
⚠️ คำเตือนสำหรับคนรักสัตว์: มีฉากความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับสุนัขในเรื่อง ซึ่งคอหนังสายรักสัตว์อาจจะสะเทือนใจและรู้สึกว่า "ไม่เห็นจำเป็นต้องใส่มาเลย"
ความแหวะระดับทรมานคนดู: ฉากโหด ละเลงเลือด และความแหวะมาแบบจัดเต็มจัดหนัก หนังจงใจลากฉากชวนอ้วกให้ยาวนานเหมือนจะล้อเลียนคนดูว่า "สดชื่นไหมล่ะ? อะ...ดูต่อไปนะ ฉันไม่ตัดสลับไปไหนหรอก!" ใครตาดีได้ตาร้ายเสียครับฉากนี้
สรุปความเห็นและคะแนนรีวิว
Evil Dead Burn เป็นหนังที่ถ้าคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้แฟรนไชส์นี้ คุณก็น่าจะยังสนุกและเอ็นจอยไปกับความบ้าคลั่ง ความกวน และความแหวะของมันได้ไม่ยาก (แม้ว่ามันอาจจะเป็นภาคที่ชอบน้อยที่สุดในบรรดาทุกภาคก็ตาม) แต่ถ้าคุณไม่ใช่แฟนคลับตัวยง หนังเรื่องนี้ก็อาจจะไม่ได้มีดีพอที่จะตกคุณเข้าด้อมได้ เพราะมันเริ่มติดกำแพง "ความซ้ำซาก" ของพล็อตแนวบ้านผีสิง-หนีปีศาจแบบเดิม ๆ แล้ว
คะแนนรีวิว: 6 / 10 คะแนน
(บันเทิง บ้าคลั่ง เลือดสาดกวนประสาท แต่สอบตกเรื่องการตัดต่อและจังหวะความกระชับ)
#EvilDeadBurn #EvilDead #รีวิวหนังสยองขวัญ #หนังผี #ไม่สปอยล์ #รีวิวหนัง2026 #SebastianVanichek #Gore #HorrorComedy
#รีวิวหนัง #หนังดีบอกต่อ
Evil Dead Burn | Official Trailer
0
0
คุณได้ทำการบล็อกเนื้อหาทั้งหมดของ แป้งมัน มูฟวี่ แล้ว
โพสต์ล่าสุดจาก แป้งมัน มูฟวี่
ดูทั้งหมดเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ไม่อนุญาตให้ใส่ link
กรุณาแก้ไขข้อความ: เพื่อป้องกัน link มิจฉาชีพ, ไม่อนุญาตให้ใส่ link ใดๆ
ความคิดเห็นทั้งหมด
ยังไม่มีความคิดเห็น