หงส์แดงเดี้ยงเพิ่ม! โคดี้ กักโป ข้อเท้าพลิก ถอนทีมชาติ กลับลิเวอร์พูลรอประเมิน — แหล่งข่าวคาดพักหลายสัปดาห์
โคดี้ กักโป ถูกถอนตัวจากทีมชาติเนเธอร์แลนด์และจะเดินทางกลับสโมสรลิเวอร์พูลเพื่อเข้ารับการประเมินเพิ่มเติม หลังได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าในเกมชนะเซอร์เบีย 2-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สโมสรลิเวอร์พูลยืนยันว่า "Cody Gakpo has withdrawn from international duty for the Netherlands after sustaining an ankle injury." และจะให้ทีมแพทย์ของสโมสรประเมินอาการต่อที่ศูนย์ฝึก AXA Training Centre.
เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ครึ่งแรกเมื่อ กักโป ถูกปะทะหนักจาก ซาชา ลูคิช จนต้องลงจากสนาม ซึ่งสื่อรายงานว่าเขาถูกเปลี่ยนตัวออกหลังผ่านไปไม่กี่นาทีโดยมีรายงานระบุว่าเป็นการถูกเปลี่ยนตัวหลัง 17 นาทีของเกมและว่า "The forward had to be substituted during the first half of his country’s 2-1 win against Serbia" ขณะที่ภาพจากเกมเห็นสภาพอาการที่ต้องฝืนเล่นก่อนจะไม่สามารถเล่นต่อได้.
สมาคมฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ (KNVB) แจ้งว่าแข้งรายนี้ "is unavailable for the remainder of the international period" และจะไม่ถูกเรียกตัวทดแทนกลับเข้าแคมป์ทีมชาติในช่วงที่เหลือของเบรก ทำให้กักโปจะกลับไปให้สโมสรดูแลการฟื้นฟู ต่อมาแหล่งข่าวท้องถิ่นอย่าง ริก เอลฟริงค์ รายงานว่าอาการน่าจะต้องให้พักรักษาเป็น "several weeks", ซึ่งถูกรายงานว่าเป็นผลจากการตรวจเบื้องต้นในเอินด์ฮอฟเฟิน.
การถอนตัวของกักโปเป็นข่าวร้ายสำหรับลิเวอร์พูลช่วงก่อนโปรแกรมสำคัญ เพราะทีมมีคิวเปิดบ้านพบแมนเชสเตอร์ ซิตี้วันที่ 11 ตุลาคม และมีเกมยุโรปเยือน แอลเอเอสเค ลินซ์ วันที่ 14 ตุลาคม ก่อนบุกเยือนเบรนท์ฟอร์ดในพรีเมียร์ลีกวันที่ 17 ตุลาคม ซึ่งลิเวอร์พูลระบุในข่าวสโมสรว่า "The Reds are back in action when they host Manchester City in the Premier League next Sunday (October 11)." และตารางการแข่งขันยืนยันว่า LASK จะพบ ลิเวอร์พูล ในแชมเปียนส์ลีกวันที่ 14 ต.ค. และมีคิวเจอ เบรนท์ฟอร์ด วันที่ 17 ต.ค.
นอกเหนือจากความกังวลเรื่องระยะเวลาพักฟื้นแล้ว ฝั่งโค้ชทีมชาติและสโมสรคงต้องติดตามผลสแกนจากลิเวอร์พูลอีกครั้งก่อนสรุปการรักษา ทีมแพทย์ของสโมสรจะเป็นผู้ให้ข้อมูลเรื่องระยะเวลาหายเจ็บอย่างเป็นทางการ ขณะที่แฟนบอลและทีมงานต้องเตรียมทางเลือกแทนการขาดหายไปของปีกคนสำคัญรายนี้ในโปรแกรมช่วงกลางเดือนตุลาคมที่จะมาถึง
อ้างอิงข้อมูลจาก: Liverpool FC, Goal, beIN SPORTS, The Washington Post
ความคิดเห็นทั้งหมด
ยังไม่มีความคิดเห็น