มหากาพย์แห่งอารมณ์และตำนาน! รีวิว "The Odyssey" เมื่อ คริสโตเฟอร์ โนแลน ตีความโฮเมอร์จนแทบกลายเป็นหนังหนีตายสุดสยอง!
ถ้าจะมีผู้กำกับสักคนที่สามารถหยิบวรรณกรรมกรีกโบราณอายุหลายพันปีมาถอดรหัส แล้วทำให้มันกลายเป็นงานภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ สมจริง และสมจริงจนน่าหวาดกลัวได้ ชื่อนั้นคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan)และใน"The Odyssey"เวอร์ชั่นล่าสุดนี้ เขาไม่ได้แค่นำเสนอการเดินทางกลับบ้านอันยาวนานของกษัตริย์โอดิสซีอุสเท่านั้น แต่เขายังใส่จิตวิญญาณ ตัวตน และลายเซ็นสุดทะเยอทะยานลงไปในทุกอณูของภาพยนตร์!
เรื่องย่อ (ไร้สปอยล์)
หลังจากผ่านสงครามเมืองทรอยอันยาวนานถึง 10 ปีโอดิสซีอุส (รับบทโดย แมตต์ เดมอน)และเหล่าทหารกล้าหวังเพียงจะได้ล่องเรือกลับบ้านไปหาครอบครัว แต่ทวยเทพกลับพิโรธและขัดขวาง นำไปสู่มหากาพย์การเดินทางหนีตายข้ามมหาสมุทรที่ยาวนานอีก 10 ปี ท่ามกลางอสูรกายและเวทมนตร์ ในขณะเดียวกัน ณ บ้านเกิด ชายชั่วกลุ่มใหญ่กำลังบุกรุกและหวังชิงบัลลังก์ ทำให้ภรรยาและลูกชายของเขาต้องอดทนยื้อเวลาและภาวนาให้เขายังมีชีวิตรอดกลับมา
ประเด็นเด่นระดับมหากาพย์ที่ต้องยกนิ้วให้
เมื่อตำนานถูกตีความด้วยความหนาวเหน็บระดับ 'หนังสยองขวัญ':จุดเด่นที่สุดของเรื่องคือการที่โนแลนทำให้โลกแห่งเวทมนตร์และเทพปกรณัมกรีกดู "สมจริงจนน่ากลัว" เวทมนตร์ในเรื่องไม่ได้ดูสวยงามวิเศษวิโส แต่เป็นความน่าพรั่นพรึงที่ทำให้ตัวละครและคนดูเกิดวิกฤตทางจิตวิญญาณ โดยเฉพาะฉากถ้ำไซคลอปส์ (ถ้ำยักษ์ตาเดียว) และฉากของนางแม่มดเซอร์ซี (Circe) มันถูกสร้างออกมาด้วยบรรยากาศและมุมกล้องที่เขย่าขวัญกดดันจนแทบจะกลายเป็นหนังสยองขวัญเต็มรูปแบบ!
การแสดงระดับท็อปฟอร์ม ยกทีม:แมตต์ เดมอน แบกบทโอดิสซีอุสได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือดาราร่วมจอคนอื่น ๆ ที่ได้รับโอกาสให้เปล่งประกาย ไม่ว่าจะเป็น แอนน์ แฮทธาเวย์, ทอม ฮอลแลนด์, โรเบิร์ต พัททินสัน รวมถึง จอห์น เลกุยซาโม ที่ปล่อยของในบทบาทที่สำคัญกว่าที่คิด และแม้แต่นักแสดงที่ออกมาเพียงไม่กี่นาที ก็สามารถสร้างอิมแพกต์และดึงดูดสายตาคนดูได้อย่างน่าทึ่ง
งานภาพและงานเสียงที่จริงจัง (ไร้กลิ่นอายกรีนสกรีน):โลกในภาพยนตร์ดูยิ่งใหญ่และกว้างใหญ่ไพศาล งานภาพเน้นความสมจริง ละเว้น CGI ยิบย่อย และใช้แสงเงาที่มีคอนทราสต์จัดจ้าน สร้างมิติให้ฉากต่าง ๆ ดูมีชีวิตและสัมผัสได้จริง บวกกับดนตรีประกอบสุดละเมียดและสะเทือนอารมณ์จาก ลุดวิก โยรันสซอน (Ludwig Göransson) ที่ช่วยบิวด์อารมณ์คนดูตั้งแต่ต้นจนจบ
ข้อสังเกตและจุดที่อาจจะขัดใจบางคน
จังหวะการเล่าเรื่องช่วงแรกที่ค่อยเป็นค่อยไป:ช่วง 25 นาทีแรกของภาพยนตร์จะเน้นการปูพื้นหลัง อธิบายข้อมูล และเล่าเรื่องแบบสลับไปมาตามสไตล์โนแลน ซึ่งอาจจะรู้สึกเอื่อยไปบ้างสำหรับคนที่คาดหวังจะมาดูหนังแอ็กชันเดินหน้าฆ่าแหลกตั้งแต่ต้นเรื่อง
ไดอะล็อกสไตล์ภาษาอังกฤษแบบร่วมสมัย:ภาษาพูดและการสนทนาในเรื่องอาจจะไม่ได้ใช้ภาษาวรรณกรรมกรีกโบราณที่ฟังดูหรูหราเหมือนเรื่องอื่น ๆ แต่เน้นภาษาที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงอารมณ์ร่วมสมัย ซึ่งในบางฉาก (เช่น ฉากที่ตัดไปในตัวอย่าง) อาจทำให้รู้สึกแปลกหูไปบ้างในการดูครั้งแรก
⚠️คำเตือนเล็ก ๆ:หนังไม่ได้หลีกเลี่ยงความโหดร้ายและยุคสมัยอันป่าเถื่อน รวมถึงมีฉากความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับสัตว์ ซึ่งอาจกระทบกระเทือนจิตใจสำหรับคนรักสัตว์
บทสรุปและคะแนนรีวิว
The Odysseyไม่ใช่แค่ภาพยนตร์แอ็กชันแฟนตาซีท่องโลก แต่เป็น"ภาพยนตร์ดราม่ามหากาพย์ระดับสุดยอด (Awesome-tacular)"ที่พูดถึงมนุษย์ สงคราม ความสูญเสีย บาดแผลทางจิตใจ และความหมายของบ้าน โดยเฉพาะช่วง 45 นาทีสุดท้ายของเรื่อง ภาพยนตร์สามารถขมวดปมและส่งพลังอารมณ์กระแทกใจคนดูอย่างหนักหน่วงจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ มันคือประสบการณ์ระดับ Absolute Cinema ที่คุณควรไปสัมผัสในโรงภาพยนตร์เท่านั้น!
คะแนนรีวิว: 9.5 / 10 คะแนน
(สุดยอดภาพยนตร์แห่งปีที่ไม่ใช่แค่ดูสนุก แต่ส่งพลังอารมณ์ตกค้างติดตัวกลับบ้านไปอีกหลายวัน)
#TheOdyssey #ChristopherNolan #MattDamon
#รีวิวหนัง #หนังดีบอกต่อ
ความคิดเห็นทั้งหมด
ยังไม่มีความคิดเห็น